รายงาน
เรื่อง นิทานพื้นบ้าน
จัดทำโดย
ด.ญ.อริศญา แซ่ลิ่ม เลขที่ 7 ชั้นม.1
ด.ญ.ปริญญณัฐ ปานมั่งคั่ง เลขที่ 11 ชั้นม.1
เสนอ
คุณครู อรวรรณ ยิ่งดำนุ่น
รายงานนี้เป็นส่วนหนึ่งของวิชา คอมพิวเตอร์
ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2559
....................................................
เรื่องที1
นึกว่าง่าย

คนไทยกับคนลาวเป็นเพื่อนกัน คนไทยนั้นมีเรืออยู่ลำหนึ่ง
มีอยู่วันหนึ่งเกิดน้ำท่วมขึ้น คนลาวจึงนั่งไปกับเรือของคนไทย โดยคนลาวนั่งอยู่ที่หัวเรือและคนไทยนั่งอยู่ที่ท้ายเรือ และก็เป็นคนพายเรือไปด้วย
เมื่อพายเรือไปได้สักระยะหนึ่ง คนลาวเห็นว่าเรือวิ่งตรงเข้าไปหาตนไม้จนจะชนต้นไม้ คนลาวตกใจกลัวจึงร้องบอกไปว่า
“ซ้ายหน่อยๆ” คนไทยก็พายงัดเล็กน้อย เรือก็ไม่ชนต้นไม้ เรือรอดผ่านไปได้
เมื่อพายต่อไปอีกสักระยะเรือก็รี่ตรงเข้าไปจะชนบ้านอีก คนลาวเห็นดังนั้นก็ตกใจ ร้องขึ้นมาอีกว่า
“ขวาหน่อยๆ” คนไทยก็พายงัดเล็กน้อย เรือก็รอดไปได้โดยไม่ชนบ้าน
คนลาวคนนั้นจึงบังเกิดความสงสัยแล้วจึงถามคนไทยขึ้นว่า “นี่เรือของเพื่อนทำด้วยอะไรนะถึงว่าง่ายอย่างนี้”
“อ๋อเรือลำนี้ขุดขึ้นจากไม้ตะเคียนนะเพื่อน” คนไทยตอบคนลาว
คนลาวได้ฟังดังนั้นเมื่อกลับถึงบ้านก็บอกกับเมียของตนว่า “นี่น้องไม้ตะเคียนนี่ว่าง่ายจัง
พี่อยากจะขุดเรือจากไม้ตะเคียนสักลำ ที่ข้างบ้านเรามีไม้ตะเคียนอยู่ต้นหนึ่ง
เดี่ยวพี่จะโค่นมาขุดทำเรือนะ”
เมียก็บอกกับคนลาวที่เป็นผัวว่า “มันจะทับบ้านพังหนะซิพี่”
“มันไม่ทับบ้านเราหรอก ไม้ตะเคียนมันว่าง่าย” ฝ่ายผัวรีบอธิบายสรรพคุณของต้นตะเคียนเสร็จสรรพ
ว่าแล้วคนลาวคนนั้นก็คว้าขวานไปตัดต้นตะเคียนที่อยู่ข้างบ้านในทันที ฟันไปๆจนต้นตะเคียนจวนเจียนจะขาดอยู่แล้ว
มันก็ค่อยๆเอนลงจะทับบ้าน คนลาวก็ไปยืนโบกไม้โบกมือร้องตะโกนไปว่า “ซ้ายหน่อยๆ”
ต้นตะเคียนก็ล้มลงทับหลังคาบ้านพังไปเรียบร้อย คนลาวคิดบ่นอยู่ในใจว่า
“เอ๊ะ! ทำไมต้นตะเคียนบ้านเรานี่ ถึงดื้อขนาดนี้ ทำไมไม่เหมือนต้นตะเคียนของคนไทยเลย ว่าง่ายเอาเสียมากๆ”
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า
การเข้าใจอะไรที่ไม่ถูกต้อง หรือการที่หลงเชื่อในสิ่งที่ผิดๆ จะนำมาซึ่งความเสียหายหรือความหายนะได้
ฉะนั้น ก่อนที่จะเชื่อในอะไรก็ตาม ควรที่จะพิจารณาไตร่ตรองให้รอบคอบ โดยใช้หลักของเหตุผลเป็นหลักก่อน
เรื่องที2
สุนัขรับเชิญ
สุนัขเฝ้าบ้านของเศรษฐีได้เอ่ยชวนเพื่อนที่เป็นสุนัขจรจัดขึ้นว่า
“ค่ำนี้ที่บ้านเจ้านายข้ามีงานเลี้ยง ข้าขอเชิญเจ้าไปร่วมงานด้วย ข้ารับรองได้ว่าเจ้าจะมีอาหารดีๆ กินมากมายทั้งคืนเลยเชียวล่ะ”
สุนัขจรจัดรับคำเชิญเเล้วเมื่อถึงเวลาก็รีบไปที่บ้านเศรษฐีตั้งเเต่หัวค่ำ
เเทนที่สุนัขจรจัดตัวนั้นจะเข้าไปทางหน้าบ้าน มันกลับรี่ตรงเข้าไปที่ครัวหลังบ้าน เมื่อเห็นสุนัขจรจัดเห้นว่ามีอาหารมากมายมันก็ดีใจกระดิกหางไปมา
พ่อครัวบังเอิญมาเห็นเข้าจึงคิดว่าเป็นสุนัขที่จะเข้ามาขโมยกินอาหารที่ตนได้จัดเตรียมไว้ จึงได้จับตัวสุนัขจรจัดเหวี่ยงออกไปทางหน้าต่างในทันทีทันใด
เมื่อสุนัขตัวอื่นๆ ได้เห็นสุนัขจรจัดวิ่งพลางร้องโอดโอยไปพลางเช่นนั้น จึงได่้เอ่ยถามขึ้นว่าไปงานเลี้ยงมาเป็นอย่างไรบ้างเพื่อนเอ่๋ย
สุนัขจรจัดตัวนั้นจึงเเกล้งตอบเเก้เก้อออกไปว่าว่าตนเมามากไปหน่อยจึงเข้าบ้าน เศรษฐีไม่ถูก
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า
เเขกที่ดีควรเข้าทางประตูหน้าเสมอ
เรื่องที่3
สามีผู้ใจดี
ชายคนหนึ่งมีภรรยาสองคน เขามักที่จะตามใจภรรยาทั้งสองคน อยู่เนื่องๆ เพราะความรักอันเต็มเปี่ยมที่เขามีต่อภรรยาทั้งสองคน
ภรรยาสาวนั้นอยากให้สามีวัยกลางคนของตนดูหนุ่มเเน่นตลอดเวลา จึงได้ถอนผมหงอกออกอย่างเสมอมา
ฝ่ายภรรยาที่มีอายุมากแล้วก็อยากให้สามีดูเป็นคนมีอายุเหมือนกับตนเองจึง คอยถอนผมดำออกมาเพื่อให้เหลือไว้เพียงเเต่ผมหงอกเท่านั้น
อยู่มาวันหนึ่งสามีไปส่องกระจกก็เห็นตัวเองมีศรีษะล้านไม่เหลือผมเลยซักเส้น ก็ถึงกับร้องลั่นบ้านด้วยความตกใจสุดขีด
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า
ผู้ที่ตามใจคนอื่นจนเกินไปนั้น ก็ไม่เหลือความเป็นตัวเอง
เรื่องที่4
ลูกสาวกับพ่อ
มีพ่อคนหนึ่งได้ไปเยี่ยมลูกสาวคนโตที่เเต่งงานไปกับชาวสวน
“ลูกสบายดีหรือเปล่า ต้องการอะไรหรือเปล่า”
พ่อถามอย่างเป็นห่วงเป็นใย ลูกสาวคนโตจึงตอบว่า
“ลูกสบายดีจ้ะพ่อ ลูกไม่ได้ต้องการนอกจากจะอยากให้ฝนตกลงมามากๆ เพื่อที่จะให้พืชผลในสวนจะได้งอกงามดี”
เมื่อพ่อไปเยี่ยมลูกสาวคนเล็ก พ่อก็ถามเช่นเดียวกันกับที่ได้ถามลูกสาวคนโตไป
ลูกสาวคนเล็กซึ่งได้แต่งไปเป็นเมียช่างปั้นหม้อก็ตอบว่า
“ลูกสบายดีจ้ะพ่อจ๋า แค่ต้องการอย่างเดียวคืออยากให้ฝนไม่ตกลงมาเลย ถ้ามีเเดดออกจ้าตลอดเวลาก็คงจะดี เพราะหม้อดินที่ตากเอาไว้ก็จะเเห้งเร็วจ้ะพ่อ”
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า
คนเรามักต้องการเเต่สิ่งที่เป็นผลประโยชน์เเก่ตน
เรื่องที่5
สุนัขผู้ซื่อสัตย์

มีบ้านอยู่หลังหนึ่งได้เลี้ยงสุนัขเอาไว้เฝ้าบ้าน สุนัขตัวนั้น มีความซื่อสัตย์เป็นมากในยามกลางคืนแม้แต่ในขณะที่มันนอนหลับอยู่ ซึ่งหากมันได้ยินเสียงอะไรที่ผิดปกติมันก็จะลุกขึ้นมาเห่าเสมอไป เพื่อที่จะเตือนภัยเเก่เจ้าของบ้าน
มีอยู่คืนหนึ่ง มันได้ยินเสียงคนย่ำใบไม้ดังกรอบเเกรบ เสียงนั้นดังเเผ่วเบามาแต่ดังที่บริเวณใกล้รั้วบ้าน
ถึงเเม้มันจะไม่เห็นว่าเป็นใครมันก็ส่งเสียงเห่าคำรามขู่ไว้อย่างไม่ขาดปาก
เจ้าหัวขโมยจึงได้โยนเนื้อที่ชุบยาเบื่อเอาไว้ เข้ามาในรั้ว เพื่อหวังให้สุนัขตัวนี้กิน แต่สุนัขเฝ้าบ้านเดินเข้าไปดมๆ เเต่ก็ไม่กินแต่อย่างใด
มันยังคงเห่าต่อไปจนกระทั่งเจ้าของบ้านออกมาดู เเล้วก็ช่วยกันจับขโมยเอาไว้ได้ในที่สุด
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า
อามิสสินบนนั้นซื้อความซื่อสัตย์ภัคดีไม่ได้



ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น